เมื่อองค์กรสายลับที่คุณไว้วางใจกลับกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจ คุณจะทำอย่างไร? มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล ปฏิบัติการรัฐอำพราง (Mission: Impossible - Rogue Nation) พาเรากลับเข้าสู่โลกของอีธาน ฮันท์อีกครั้ง คราวนี้เขาต้องเผชิญหน้ากับ 'ซินดิเคท' องค์กรอาชญากรรมที่ทรงพลังและลึกลับ ซึ่งดูเหมือนจะควบคุมทุกอย่างอยู่เบื้องหลัง หนังภาคนี้ไม่เพียงรักษามาตรฐานความมันส์ของแฟรนไชส์ แต่ยังเพิ่มมิติของตัวละครและความตึงเครียดทางการเมืองได้อย่างลงตัว
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
หลังจากปฏิบัติการสำคัญ องค์กร IMF (Impossible Missions Force) ถูกยุบโดยซีไอเอ อีธาน ฮันท์ (ทอม ครูซ) กลายเป็นคนนอกคอกที่ต้องทำงานนอกระบบ เขาได้พบกับอิลซา ฟอสต์ (รีเบคก้า เฟอร์กูสัน) สายลับปริศนาที่ดูเหมือนจะทำงานให้กับซินดิเคท แต่กลับช่วยเหลือเขาเป็นครั้งคราว ขณะเดียวกัน 'เดอะซินดิเคท' ซึ่งเป็นเครือข่ายสายลับไร้สังกัดที่ถูกฝึกมาเพื่อล้มล้างรัฐบาล กำลังวางแผนก่อการร้ายครั้งใหญ่ อีธานต้องรวบรวมทีมเดิมอย่างเบนจี้ (ไซมอน เพ็กก์), ลูเธอร์ (วิง เรมส์) และวิลเลียม แบรนดท์ (เจเรมี เรนเนอร์) เพื่อหยุดยั้งแผนชั่วร้ายนี้ หนังดำเนินเรื่องผ่านประเทศต่างๆ ตั้งแต่เวียนนาไปจนถึงโมร็อกโก เต็มไปด้วยฉากแอ็กชันที่ทั้งสวยงามและน่าตื่นเต้น
งานการแสดงและตัวละคร
ทอม ครูซยังคงทุ่มเทเต็มที่กับบทอีธาน ฮันท์ ทั้งการแสดงฉากบู๊จริงและสตันท์เสี่ยงตาย เช่น การเกาะข้างเครื่องบินแอร์บัส A400M ที่กำลังทะยานขึ้น ซึ่งกลายเป็นฉากโปรโมตที่โด่งดัง อย่างไรก็ตาม จุดเด่นของภาคนี้คือรีเบคก้า เฟอร์กูสันในบทอิลซา ฟอสต์ เธอไม่ใช่แค่ตัวละครหญิงสวยที่รอให้พระเอกช่วย แต่กลับเป็นสายลับที่เก่งกาจทั้งด้านการต่อสู้และไหวพริบ มีฉากต่อสู้ในโรงอุปรากรที่ทั้งสง่างามและดุเดือด ไซมอน เพ็กก์ยังคงสร้างสีสันด้วยมุกตลก ส่วนเจเรมี เรนเนอร์และวิง เรมส์ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ทีม แม้บทบาทของพวกเขาจะน้อยลงไปบ้าง Sean Harris ในบท 'เลน' หัวหน้าซินดิเคทก็เป็นวายร้ายที่เย็นชาและน่ากลัวสมบทบาท
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
คริสโตเฟอร์ แม็คควอรี ผู้กำกับที่เคยร่วมงานกับทอม ครูซใน 'แจ็ค รีชเชอร์' สร้างสมดุลระหว่างฉากแอ็กชันใหญ่โตกับฉากดราม่าได้ดีเยี่ยม ภาพยนตร์ใช้ภาพจริงและสตันท์จริงเป็นหลัก ทำให้ทุกฉากสมจริง ฉากไฮไลต์อย่างการขับรถมอเตอร์ไซค์ฝ่าการจราจรในคาซาบลังกาหรือการดำน้ำในถังน้ำขนาดยักษ์ล้วนทำได้อย่างน่าทึ่ง ดนตรีประกอบโดยโจ เครเมอร์ยังคงธีมคลาสสิกของลาลอ ชิฟรินไว้ ขณะที่เพิ่มความเข้มข้นในฉากแอ็กชัน โดยเฉพาะเพลง 'The Syndicate' ที่ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการของเรามองว่า มิชชั่น: อิมพอสซิเบิ้ล ปฏิบัติการรัฐอำพราง เป็นหนึ่งในภาคที่ดีที่สุดของแฟรนไชส์ เพราะมันไม่ใช่แค่หนังแอ็กชันมันส์ๆ แต่ยังมีเนื้อเรื่องที่ชวนคิดเกี่ยวกับการเฝ้าระวังและความไม่ไว้วางใจในองค์กรรัฐ ตัวละครอิลซาเป็นตัวแทนของความคลุมเครือทางศีลธรรม ซึ่งทำให้หนังมีมิติมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บทของเจเรมี เรนเนอร์และวิง เรมส์ยังถูกใช้งานน้อยเกินไป แฟนๆ อาจอยากเห็นพวกเขามีบทบาทมากขึ้น สำหรับใครที่ชอบหนังสายลับแนวเขย่าขวัญแบบเก่า ผสมผสานกับเทคนิคทันสมัย หนังเรื่องนี้คือคำตอบ และหากคุณกำลังมองหาความบันเทิงที่ได้ทั้งลุ้นและคิด ลองหาเวลาสักสองชั่วโมงไปกับอีธาน ฮันท์ หรือจะพักสายตาด้วยการดูอนิเมะฟรี อนิเมะออนไลน์ล่าสุด ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ
สรุป
Mission: Impossible - Rogue Nation คือหนังสายลับที่ครบเครื่องทั้งแอ็กชัน เนื้อเรื่อง และการแสดง โดยเฉพาะการเปิดตัวของรีเบคก้า เฟอร์กูสันที่โดดเด่นเกินหน้า เหมาะสำหรับแฟนหนังแอ็กชันและผู้ที่ชื่นชอบแฟรนไชส์นี้ หากคุณยังไม่เคยดู ภาคนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีไม่แพ้ภาคอื่น
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +ฉากแอ็กชันที่สมจริงและน่าตื่นเต้น
- +รีเบคก้า เฟอร์กูสันเป็นตัวละครหญิงที่แข็งแกร่งและมีเสน่ห์
- +เนื้อเรื่องซับซ้อนแต่เข้าใจง่าย มีพลิกแพลง
👎 จุดด้อย
- −บทของตัวละครสมทบอย่างแบรนดท์และลูเธอร์มีน้อยเกินไป
- −บางฉากแอ็กชันยืดเยื้อเล็กน้อย
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
แนะนำให้ดูภาคก่อนหน้าเพื่อเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวละคร แต่หนังสามารถดูแบบ standalone ได้เพราะมีบทนำที่ชัดเจน
เป็นภาคที่ 5 ในแฟรนไชส์ Mission: Impossible ต่อจาก Ghost Protocol (2011) และตามด้วย Fallout (2018)
จริง ทอม ครูซแสดงสตันท์ด้วยตัวเอง โดยเกาะข้างเครื่องบินแอร์บัส A400M ที่กำลังบินขึ้น สตันท์นี้ใช้เวลาซ้อมหลายเดือน